ข่าวสารดีๆจาก BSU

มหาวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ

- ชัยชนะที่ยั่งยืน -

  

        สตีเวน สปีลเบิร์ก ผู้กำกับและนักสร้างหนังชื่อดังแห่งฮอลลีวู้ด เล่าว่าเมื่ออายุ ๑๓ ปี ชีวิตของเขาเหมือนตกอยู่ในนรก เพราะที่โรงเรียนมีอันธพาลวัย ๑๕ คนหนึ่งชอบทำร้ายเขาทั้งทุบตีและขว้างปาระเบิดไข่เน่าใส่เขา เขาทนสภาพนี้อยู่นาน แล้ววันหนึ่งเขาก็เข้าไปหาอันธพาลคนนั้นและพูดว่า "เธอรู้ไหม ฉันกำลังถ่ายทำหนังเรื่องสู้กับนาซี เธออยากเล่นบทพระเอกไหม?"

        ทีแรกอันธพาลหัวเราะใส่เขา แต่ในที่สุดก็ตกลง สปีลเบิร์กเล่าว่า หลังจากถ่ายทำวีดีโอเสร็จ อันธพาลคนนั้นได้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทของเขา การที่สปีลเบิร์กให้การยอมรับเขาและเปิดโอกาสให้เขาได้เป็นพระเอก มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนเขาจาก "ศัตรู" ให้กลายเป็นมิตรได้ เพราะลึกๆ วัยรุ่นคนนั้นก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า “การได้รับความยอมรับ”

        สปีลเบิร์กชนะใจเขาด้วยการยื่นไมตรีให้แทนที่จะ ตั้งตัวเป็นศัตรูหรือ ยอมจำนนต่ออำนาจบาตรใหญ่ของเขา น้ำใจไมตรีไม่เพียงแปรเปลี่ยนความขัดแย้งให้คลี่คลายไปในทางที่ดีเท่านั้น หากยังสามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ด้วย

      นักธุรกิจไทยผู้หนึ่งได้เล่าถึงประสบการณ์
เมื่อครั้งไปเรียนหนังสือในเมืองบอสตันว่า
เธอเคยถูกคนผิวดำล็อกคอและเอามีดจี้
ขณะรอสัญญาณไฟเขียวบนเกาะหน้ามหาวิทยาลัย
เมื่อโจรพบว่า ในกระเป๋าของเธอมีเงินแค่ ๒๐ ดอลลาร์
ก็ไม่พอใจ เขาขุ่นเคืองหนักขึ้นเมื่อพบว่าเธอไม่มีนาฬิกา
แหวนและกำไลเลยสักอย่าง

เขาจึงถามเธอว่า
"เป็นคนเอเชียมาเรียนที่นี่ได้ก็ต้องรวยไม่ใช่หรือ?"
เธอตอบว่า "สำหรับฉันน่ะไม่ใช่ เพราะได้ทุนมา"
แล้วโจรก็ย้อนกลับมาถามถึงเงิน ๒๐ ดอลลาร์ว่า
จะเอาไปทำอะไร เธอตอบว่า เอาไปซื้อไข่
เขาถามเธอว่าเอาไข่ไปทำอะไร "เอาไปต้มกินได้ทั้งอาทิตย์"
เธอตอบตามความจริงเพราะตอนนั้นการเงินฝืดเคือง

         ระหว่างที่โต้ตอบกันอยู่นั้น ยามหน้ามหาวิทยาลัยเห็นผิดสังเกต จึงยกหูโทรศัพท์เรียกตำรวจ เธอมองเห็นพอดีก็เลยโบกมือว่า "ไม่ต้องๆ เราเป็นเพื่อนกัน" โจรได้ยินเช่นนั้นก็งง ถามว่า "คุณรู้จักกับผมตั้งแต่เมื่อไหร่?" "ก็เมื่อกี้ไง" เธอตอบ โจรเปลี่ยนท่าทีไปทันที หลังจากสนทนาพักใหญ่ โจรไม่เพียงแต่จะคืนเงินให้เธอ หากยังพาเธอไปซื้อไข่และซื้ออาหาร ๓ ถุงใหญ่  พร้อมทั้งหิ้วมาส่งถึงหน้ามหาวิทยาลัย แล้วยังแถมเงินอีก ๕๐ ดอลลาร์

        เรื่องนี้ยังไม่จบเพราะวันรุ่งขึ้นเธอนำเงิน ๕๐ ดอลลาร์นั้นไปซื้อเครื่องปรุงอาหารไทย
แล้วไปเยี่ยมบ้านเขาเพื่อทำต้มยำกุ้งให้กินกันทั้งครอบครัว นับแต่นั้นทั้งสองฝ่ายก็ไปมาหาสู่กัน
เธอเล่าว่าทุกวันนี้หากมีธุระไปบอสตันก็จะไปแวะเยี่ยมครอบครัวนี้ทุกครั้ง

         น้ำใจไมตรีและความดีนั้นมีพลังที่สามารถเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดี และเปลี่ยนภัยคุกคามให้เป็นสะพานสานมิตรภาพได้
ใช่หรือไม่ว่าการกำจัดศัตรูที่ดีที่สุดก็คือการเปลี่ยนเขามาเป็นมิตรนั่นเองนี้คือชัยชนะที่ให้ผลยั่งยืนกว่าชัยชนะด้วยกำลังที่เหนือกว่า
พลังของน้ำใจไมตรีและความดีนั้นอยู่ที่การดึงเอาคุณธรรมและความเป็นมนุษย์ของอีกฝ่ายหนึ่งออกมาแม้จะซ่อนเร้นหรือ
อยู่ลึกเพียงใดก็ตาม

“ในทางตรงกันข้ามการใช้พละกำลังและความรุนแรง
มีแต่จะดึงเอาความโกรธเกลียดและคุณสมบัติทางลบ
ของคู่กรณีออกมาปะทะกัน ผลก็คือความขัดแย้งลุกลาม
จนกลายเป็นความรุนแรง
หรือทำให้ความรุนแรงไต่ระดับจนยากแก่การระงับ”

 

เวรไม่อาจระงับด้วยการจองเวรก็เพราะเหตุนี้

- พระไพศาล วิสาโล -